Valorant ไม่มี UID ตัวเลข ช่องเติม VP ต้องใช้ Name#TAG ผมรวมทุกหน้าจอที่บอก ID นี้ พร้อมจุดสังเกตที่ไม่ควรคัดลอกมาใส่เด็ดขาด
Riot ID คือ Name#TAG ไม่ใช่ตัวเลข
ผมยังเห็นหลายคนพยายามหาตัวเลขยาวๆ เหมือนเกมมือถืออยู่ แต่ในหน้าชำระเงิน VALORANT Points (VP) ไม่มี UID ที่เป็นตัวเลข ร้านค้าต้องการ Riot ID ได้แก่ ชื่อแสดงผล (Display Name), เครื่องหมายแฮชแท็ก (#) และ แท็กไลน์ (Tagline) เช่น PlayerName#ABC1 สองส่วนนี้รวมกันคือบัญชีของคุณ
ส่วนรูปแบบอื่นไม่ใช่ Riot ID ที่ถูกต้อง
ชื่อแสดงผล (ชื่อในเกม) มีความยาว 3 ถึง 16 ตัวอักษร ประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข และเว้นวรรค ส่วนแท็กไลน์สำหรับเติมเงินจะเป็นตัวอักษรหรือตัวเลข 3 ถึง 5 ตัวหลังเครื่องหมาย # ผู้เล่นสองคนอาจใช้ชื่อ "Phoenix" เหมือนกันได้ แต่จะไม่สามารถใช้ Phoenix#TAG ซ้ำกันได้ หากลืมใส่แท็กไลน์ ระบบจะแจ้งเตือนว่า "ไม่พบ Riot ID นี้" ซึ่งข้อผิดพลาดนี้ทำให้คนเติมเงินไม่สำเร็จบ่อยยิ่งกว่าบัตรเครดิตถูกปฏิเสธเสียอีก
ระบบค้นหาห้องจะปฏิเสธตัวอักษร Unicode ตกแต่งและอักขระพิเศษ การใช้ชื่อฟอนต์เท่ๆ จากเว็บสร้างชื่ออาจทำให้บัญชีถูกแบนได้ ให้พิมพ์ตามที่ตัวเกมแสดงผล และอย่าคัดลอกชื่อที่มีการตกแต่งฟอนต์มาวาง
รหัสโซนเก่าถูกล็อคไว้แล้ว หากคุณเปลี่ยนเป็นแท็กไลน์แบบกำหนดเอง คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับเป็น NA, EUW, BR1 หรือ NA1 ได้ด้วยตัวเอง เพราะระบบจะแจ้งว่าถูกใช้งานอยู่ รหัสเหล่านั้นเป็นรหัสสงวนของระบบ
การเปลี่ยนชื่อมีระยะเวลาคูลดาวน์ Riot กำหนดให้เปลี่ยน Riot ID ฟรีได้ 1 ครั้งทุกๆ 365 วัน หากต้องการเปลี่ยนก่อนกำหนดจะต้องจ่ายประมาณ $10 USD ด้วยสกุลเงินในเกม คู่มือเก่าๆ อาจบอกว่าเปลี่ยนได้ทุก 30 วัน แต่ผมอ้างอิง 365 วันตามที่ Riot ประกาศล่าสุด
นี่คือรูปแบบที่ผมใช้พิมพ์จริง พร้อมความยาวตามที่ Riot กำหนด:
| หัวข้อ | ค่าที่กำหนด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ชื่อแสดงผล (ชื่อในเกม) | 3 ถึง 16 ตัวอักษร | ตัวอักษรทั่วไป ตัวเลข และเว้นวรรค ระบบค้นหาคำนึงถึงตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ |
| แท็กไลน์ | 3 ถึง 5 ตัวอักษร | ตัวอักษรหรือตัวเลขหลัง # |
| แท็กไลน์สงวนของระบบ | จำกัดการใช้งาน | ไม่สามารถเลือก NA, EUW, BR1 และ NA1 ได้อีกหลังจากใช้แท็กแบบกำหนดเอง |
คัดลอกให้ครบทั้งสองส่วน ชื่อยาว 16 ตัวอักษรที่ไม่มีแท็กก็เป็นเพียงครึ่งเดียวของ ID เท่านั้น
หากคุณอยู่ในหน้าชำระเงิน VP ของ Arctopup แล้วช่องกรอกยังว่างอยู่ ให้หยุดก่อน ไปคัดลอก Name#TAG มาให้เรียบร้อย แล้วค่อย ซื้อ Valorant Points ด้วย Riot ID ที่ถูกต้อง การจ่ายเงินก่อนแล้วค่อยมาเดา ID ทีหลังคือสาเหตุที่ทำให้ VP โอนไปให้คนอื่น
ผมคัดลอก Riot ID จาก Riot Client ไม่ใช่จากเว็บสถิติ (Tracker)
บน PC มี 3 หน้าจอที่แสดง Riot ID จริง แต่หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าง่ายเกินไป
เปิด Riot Client แล้วเอาเมาส์ไปวางเหนือรูปโปรไฟล์ ข้อความที่เด้งขึ้นมาคือ Name#TAG ซึ่งเป็นวิธีเช็คที่เร็วที่สุด ถ้าอยู่ในแมตช์แล้ว? หน้า Career (ประวัติการแข่ง) และ Social (เพื่อน) ก็แสดงข้อความเดียวกัน ปกติผมจะเช็คหน้า Career เวลาสลับเล่นสองบัญชี เพื่อกันไม่ให้เผลอก็อป ID บัญชีไก่มาวางด้วยความเคยชิน
วิธีคัดลอกที่ชัวร์ที่สุดคือผ่านเบราว์เซอร์ที่ account.riotgames.com ส่วนหัวของหน้านี้คือสิ่งที่ระบบของ Riot ใช้ระบุตัวตนของคุณจริงๆ หากร้านค้าแจ้งว่าไม่พบ ID ผมจะกลับมาคัดลอกที่หน้านี้ใหม่เสมอ การพิมพ์เองมักทำให้ตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ผิดพลาด ถ้าปิดตัวเกมอยู่ ให้เข้าเว็บนี้เสมอ
แอป Riot Mobile แสดง Name#TAG แบบเดียวกันใต้ชื่อบัญชี ผมเปิดแอปนี้เพื่อยืนยันตัวตนสองปัจจัย (2FA) ไม่ใช่เพื่อหา ID อื่น Riot เริ่มบังคับใช้การยืนยันตัวตนผ่านมือถือสำหรับบัญชีที่ใช้งานร่วมกัน และบัญชีระดับ Ascendant ขึ้นไปในโซน EU, APAC, NA, LATAM, BR และ KR ในแพตช์ 11.09, 12.01 และ 12.03
ผมจะไม่คัดลอก URL จากเว็บสถิติการเล่น (Tracker) เพราะ URL เหล่านั้นมักตัดเครื่องหมายแฮชออกหรือแทรกโซนเข้าไป แม้จะดูเป็นทางการ แต่ก็ไม่ใช่ ID ที่ใช้เติมเงินได้

PlayStation 5 ซ่อน Riot ID ไว้ในเมนูที่ต่างออกไป
บนคอนโซล คุณยังคงต้องใช้ Name#TAG เหมือนเดิม ไม่มี ID ชุดที่สอง เพียงแต่เมนูในเกมซ่อนมันไว้
Riot ID ของ Valorant บน PlayStation 5 จะอยู่ที่ป้ายชื่อในหน้า Career และในเมนู Social ชื่อบัญชี PSN ไม่ใช่ Riot ID การผูกบัญชีไม่ได้ทำให้ชื่อ PSN นำมาใช้เติม VP ได้ หลายคนเอาชื่อ PSN ไปใส่ แล้วขึ้นเตือน "ไม่พบ ID" ก็ไปโทษร้านค้า ทั้งที่จริงๆ แล้วใส่ชื่อเล่นคอนโซลลงไป
ถ้าตัวเกมบนคอนโซลตัดแสดงผลแท็กไลน์ไม่ครบ ให้เปิด account.riotgames.com บนโทรศัพท์มือถือด้วยบัญชี Riot เดียวกับที่ผูกกับคอนโซล เพราะ ID ถูกผูกไว้ในระดับบัญชี ไม่ว่าจะเล่นบนอุปกรณ์ไหนก็ใช้ ID เดียวกัน
ไม่ต้องสร้างบัญชี "VP คอนโซล" แยกต่างหาก เพราะมีแค่บัญชี Riot เดียวเท่านั้น หากคุณผูกคอนโซลหลังจากมี Riot ID บน PC อยู่แล้ว คุณก็ยังคงต้องใช้ Name#TAG ชุดเดิมของ PC
รหัสที่ไม่ควรนำมาวางในช่องเติมเงินเด็ดขาด
ช่องกรอกข้อมูลไม่ได้ต้องการอะไรก็ตามที่คุณใส่อย่างแน่นอน
ผมไม่เคยใส่เฉพาะแท็กไลน์ เพราะ #ABC1 ไม่ใช่ ID และไม่เคยใส่เฉพาะชื่อแสดงผลด้วย เพราะ Phoenix ที่ไม่มี #TAG เป็นแค่คำค้นหา ส่วนอีเมลเอาไว้ใช้ล็อกอิน ไม่ใช่ ID ผู้เล่น
ชื่อผู้ใช้เดิม (Username) ที่คุณเลิกใช้ไปแล้วตอนที่ Riot เปลี่ยนระบบมาใช้ Riot ID นั้นใช้งานไม่ได้แล้ว ส่วนโครงสร้าง URL จากเว็บ Tracker (เช่น name-tag, name/tag หรือตัดแฮชออก) ก็ใช้งานไม่ได้เช่นกัน
Riot PUUID ไม่ใช่ ID ผู้เล่น Valorant เครื่องมือภายนอกจะดึงรหัสยาวๆ นี้มาจาก account-v1 หลังจากค้นหา gameName และ tagLine แล้ว ไม่มีใครพิมพ์ PUUID ลงในช่องเติม Points
ตัวพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่มีผลเสมอ phoenix#abc1 กับ Phoenix#ABC1 ถือเป็นคนละ ID กัน ปัญหา "ไม่พบ ID" ส่วนใหญ่ที่พบเกิดจากใส่แฮชไม่ครบ ลืมใส่แท็กไลน์ หรือพิมพ์ตัวอักษรผิดเคส และอีกสาเหตุคือเพิ่งเปลี่ยนชื่อมาระบบเลยยังไม่อัปเดต ให้คัดลอกใหม่จากเว็บจัดการบัญชีเสมอ อย่าเชื่อภาพแคปหน้าจอจากสัปดาห์ก่อน
นี่คือตารางสรุปที่ผมใช้ดูควบคู่กับช่องเติมเงิน:
| สิ่งที่คนมักนำมาใส่ | ข้อมูล / ความยาว | เหตุผลที่ระบบปฏิเสธ |
|---|---|---|
| ความยาวชื่อแสดงผล | 3 ถึง 16 ตัวอักษร | ใช้งานได้ต่อเมื่อมีแท็กไลน์ต่อท้ายด้วยเท่านั้น |
| ความยาวแท็กไลน์ | 3 ถึง 5 ตัวอักษร | ใช้งานได้เมื่ออยู่หลัง # เท่านั้น หากมาเดี่ยวๆ ถือเป็นข้อมูลขยะ |
| การเปลี่ยนชื่อฟรี | 1 ครั้งทุกๆ 365 วัน | ภาพแคปหน้าจอเก่าจะใช้ไม่ได้เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อ |
| การเปลี่ยนชื่อแบบเสียเงิน | ประมาณ $10 USD | หากเปลี่ยนชื่อระหว่างปี ต้องคัดลอก ID ชุดใหม่มาใช้ |
| PUUID | รหัสระบุตัวตนสำหรับ API | account-v1 เป็นผู้ใช้ รหัสนี้ไม่ได้ใช้ในแบบฟอร์มเติมเงิน |
หากรูปแบบไม่ใช่ Name#TAG ตามความยาวที่กำหนด ก็ไม่ควรนำมาใส่ในช่องกรอก
เมื่อคัดลอก ID เรียบร้อยแล้ว ผมจะเปิด หน้าสินค้า VALORANT Points แล้วตรวจสอบตัวอย่างข้อมูลก่อนชำระเงิน หน้ารายการตัวอย่างคือโอกาสสุดท้ายที่คุณจะตรวจหาคำผิดได้อย่างง่ายดาย เพราะหลังจากยืนยันแล้ว VP จะถูกเติมเข้าบัญชีตาม ID ที่คุณระบุไว้ทันที
วิธีการซื้อ VP หลังจากวาง ID ในช่องกรอกเรียบร้อยแล้ว
หา ID ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยจ่ายเงิน การทำข้ามขั้นตอนจะทำให้เกิดความผิดพลาด
สายฟรี (F2P)
ผมจะไม่ดอง VP ไว้ในบัญชีที่ไม่ค่อยได้เล่น ผมจะดึง Riot ID มาในคืนที่ต้องการซื้อสกินหรือ Battle Pass จริงๆ วาง ID เพียงครั้งเดียว แล้วเติมในจำนวนที่น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น การตุน Points ไว้ในบัญชีที่ไม่ได้เล่น บ่อยครั้งจบลงด้วยการลืมรหัสผ่านในอนาคต
สายเติมปานกลาง (Mid)
ผมจะยืนยัน Name#TAG จาก account.riotgames.com แล้วเติม VP ให้พอดีกับ Battle Pass ปัจจุบัน บวกเผื่อไว้สำหรับ ตลาดกลางคืน (Night Market) อีกนิดหน่อย แต่ผมก็ยังไม่พิมพ์ ID จากความจำอยู่ดี สายเติมปานกลางมักเป็นกลุ่มที่พิมพ์ตัวอักษรใหญ่เล็กผิดพลาด เพราะคิดว่าตัวเอง "จำชื่อได้"
สายเปย์จัดหนัก (Heavy)
สัปดาห์ที่มีเซ็ตสกินใหม่ (Bundle) ผมจะวาง ID ตรวจดูบรรทัดยืนยันให้มั่นใจ แล้วค่อยเลือกแพ็กใหญ่ขึ้น ผมยอมมี VP เหลือในบัญชีที่ถูกต้อง ดีกว่าประหยัดเวลาแล้วพิมพ์แท็กไลน์ผิดบัญชี
สายเปย์มักจะมีบัญชีไก่ (Smurf) หลายบัญชี ให้ตรวจสอบป้ายชื่อในหน้า Career บน Client ของบัญชีที่คุณกำลังจะเล่น ไม่ใช่บัญชีหลัก การเติมผิดบัญชีไก่คือความผิดพลาดที่มีราคาแพงที่สุดในเกมนี้
ผมใช้ Arctopup เมื่อไม่ได้ซื้อผ่านตัวเกมโดยตรง เพราะหน้าสินค้าจะแสดงยอดรวมทั้งหมดก่อนกดยืนยันชำระเงิน ผมจะไม่ลงรายละเอียดช่องทางการชำระเงิน เพราะตัวเลือกจะเปลี่ยนไปตามแต่ละประเทศ สามารถดูตัวเลือกชำระเงินอัปเดตล่าสุดได้ที่หน้า ชำระเงิน Valorant Points
หากหน้าเว็บไม่แสดง ID ที่จะเติมเงินให้เห็นชัดเจน ผมจะกดยกเลิกทันที

สิ่งที่เว็บเติมเงินของจริงจะขอจากคุณ
ระบบเติม VP ที่ถูกต้องจะขอเพียง Riot ID และโซนประเทศที่บัญชีนั้นเล่นอยู่ ซึ่งก็คือ Name#TAG บางแบบฟอร์มอาจให้ยืนยัน ID ชุดเดิมอีกครั้ง จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน
ส่วนเว็บหลอกลวง (Scam) จะขอรหัสผ่าน Riot รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) จากอีเมล รหัสสำรอง Riot Mobile หรือขอรีโมตหน้าจอโดยอ้างว่า "จะช่วยเติม VP ให้เร็วขึ้น"
ไม่มีใครจำเป็นต้องใช้รหัสผ่านเพื่อเติม Points เข้าบัญชี ถ้าเขาขอรหัสผ่าน นั่นแปลว่าเขาต้องการขโมยบัญชีของคุณ
ผมจะไม่ส่ง PUUID, Session Token หรือภาพแคปหน้าจอตั้งค่าที่ติดอีเมลไปให้ใครเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นช่องทางที่ทำให้กล่องข้อความกู้คืนบัญชีถูกแฮก
หากหน้าเว็บขอให้คุณล็อกอินในไซต์ที่ไม่ใช่ของ Riot ให้ปิดหน้านั้นทันที ขั้นตอนของ Arctopup มีเพียงช่องกรอก ID ผู้เล่นเท่านั้น ไม่ใช่หน้า account.riotgames.com ปลอม
เก็บ ID ไว้ และเก็บรหัสผ่านไว้ให้ดี มีเพียง ID เท่านั้นที่นำไปใช้ในร้านค้าเติมเงิน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จะดู Valorant Riot ID สำหรับเติมเงินได้จากไหน?
ล็อกอินเข้า account.riotgames.com หรือนำเมาส์ไปวางเหนือรูปโปรไฟล์ใน Riot Client ส่วนในเกม ให้ดูที่เมนู Career หรือ Social โดย ID แบบเต็มจะประกอบด้วย ชื่อแสดงผล เครื่องหมายแฮชแท็ก และแท็กไลน์ 3 ถึง 5 ตัวอักษร
รูปแบบที่ถูกต้องสำหรับช่องเติมเงิน Valorant คืออะไร?
คุณต้องระบุชื่อแสดงผลตามด้วยแท็กไลน์ในรูปแบบ Name#TAG บางแบบฟอร์มอาจแยกเป็นสองช่อง บางแบบฟอร์มให้ใส่รวมกันพร้อมแฮชแท็ก หากไม่ใส่แท็กไลน์ ระบบจะแจ้งเตือนว่า ID ไม่ถูกต้อง หรือ "ไม่พบ ID"
ทำไมร้านค้าถึงแจ้งว่าไม่พบ Riot ID ของฉัน?
อาจเกิดจากลืมใส่แท็กไลน์ ลืมใส่แฮชแท็ก หรือพิมพ์ตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ผิดเพราะความเคยชิน นอกจากนี้ การเพิ่งเปลี่ยนชื่อแม่อาจทำให้ระบบดีเลย์ ให้คัดลอกใหม่จาก account.riotgames.com แทนที่จะก็อปจากชื่อใน Discord
ชื่อแสดงผลใน Valorant คือสิ่งเดียวกับ Riot ID หรือไม่?
ไม่ใช่ ชื่อแสดงผลเป็นเพียงส่วนแรกเท่านั้น และผู้เล่นสองคนสามารถใช้ชื่อซ้ำกันได้ การเติมเงินต้องใช้ข้อมูลทั้งสองส่วนร่วมกัน ดังนั้นชื่อที่เห็นบนตารางคะแนนจึงไม่ใช่ ID เติมเงิน
Riot PUUID คือ ID ผู้เล่นที่ควรนำมาใส่หรือไม่?
ไม่ใช่ PUUID เป็นสิ่งที่ระบบ API ใช้จัดเก็บหลังจากค้นหา gameName และ tagLine แล้ว ซึ่งไม่มีประโยชน์สำหรับแบบฟอร์มเติมเงิน ใครก็ตามที่บอกให้คุณเอา PUUID ไปใส่ในช่องเติม VP แสดงว่าเขาไม่เข้าใจระบบ Riot ID
ต้องใช้ Riot ID อื่นบน PlayStation 5 หรือไม่?
ไม่ต้องใช้ ทั้งคอนโซลและ PC ใช้งานบัญชี Riot เดียวกัน และชื่อ PSN ก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ หากเมนูคอนโซลซ่อนแท็กไลน์ไว้ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ account.riotgames.com ผ่านเบราว์เซอร์ใดก็ได้ด้วยบัญชีนั้น
ต้องคัดลอกมาทั้งสองส่วน มิฉะนั้น VP จะไปอยู่ในบัญชีของคนอื่น
ผมจะไม่พิมพ์ Riot ID จากความทรงจำเด็ดขาด เพราะผมเล่น VALORANT มากพอที่จะรู้ว่าตัวเองก็มีโอกาสพิมพ์ผิดได้เหมือนกัน
หากข้อความยืนยันไม่ตรงกับหน้า Career ผมจะกดยกเลิกทันที Points ที่เติมผิดแท็กไลน์จะไม่สามารถเอาคืนได้เพียงเพราะคุณกำลังต่อคิวเล่นโหมดจัดอันดับอยู่ ดังนั้น ให้ค้นหา Name#TAG ตรวจสอบให้แน่ใจ แล้วค่อยกดยืนยันชำระเงิน







Comments